FAQ

ทำไมถึงนำ PET มาใช้ในขวด

PET หรือ polyethylene terephthalate เป็นโพลิเอสเตอร์ชนิดหนึ่งที่สกัดได้จากน้ำมันดิบและจากก๊าซธรรมชาติ สุดยอดคุณสมบัติต่างๆของ PET ทำให้มันได้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในด้านบรรจุภัณฑ์อาหาร บรรจุภัณฑ์ยา และข้าวของเครื่องใช้อื่นๆอีกมากมาย คุณสมบัติหลักที่ทำให้ PET เป็นที่นิยมใช้ในขวดมีดังนี้

  • ขวด PET หรือ ขวดเพ็ท มีความคงทนและแข็งแรงเหมือนขวดแก้ว แต่น้ำหนักเบากว่ามากและมีความเหนียวกว่าขวดแก้ว ทำให้เวลาขวด PET ตกหล่น ขวดจะแตกยากกว่าขวดแก้ว
  • ด้วยน้ำหนักที่เบาและความเหนียวของ PET การขนส่งจะสะดวกกว่าขวดแก้ว
  • ขวด PET มีความเสถียรและไม่ทำปฏิกิริยาต่ออาหารและเครื่องดื่ม

เลือกอะไร ระหว่างขวด PET กับขวด PP/PE

PP (polypropylene) และ PE (polyethylene) มีคุณสมบัติคล้ายกับ PET อยู่หลายประการ PP และ PE มีความคงทน มีความเหนียว น้ำหนักเบา และ ปลอดภัยต่อสุขภาพเช่นเดียวกับ PET ข้อแตกต่างที่สำคัญคือความใสของขวด ขวด PET จะมีความใสดั่งแก้ว ในขณะที่ขวด PP หรือ PE จะมีสีขุ่นมัว เราจึงเรียกขวด PP และขวด PE ว่าขวดขุ่น เรามักเห็นขวดขุ่นใช้กับเครื่องดื่มหรือของเหลวที่มีการตกตะกอน (หากใส่เครื่องดื่มที่มีตะกอนในขวด PET ก็อาจจะใช้ฉลากหุ้มขวดถึงก้นขวด เช่น ขวด ชาเขียว ยี่ห้อต่างๆที่เราเห็นในท้องตลาด) 

ปัจจุบันราคาของขวด PET จะสูงกว่าขวด PP และขวด PE เนื่องจากมีต้นทุนในผลิตที่มากกว่า 

ไม่ควรใช้ขวดพลาสติกเมื่อไร

เนื่องจากขวดพลาสติกไม่สามารถกันออกซิเจนได้ จึงทำให้ขวดพลาสติกไม่เหมาะกับเครื่องดื่มบางชนิด เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลจะมีอายุการเก็บรักษาที่สั้นลงหากสามารถเข้าถึงออกซิเจนได้ ดังนั้นเครื่องดื่มเหล่านี้จึงถูกบรรจุในขวดแก้วเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบัน ก็มีการนำขวดพลาสติกมาใช้ใส่เครื่องดื่มแอลกอฮอลในบางโอกาส เช่น ในสนามแข่งขันกีฬา เนื่องจากขวดพลาสติกแตกยากกว่า และไม่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ง่ายเหมือนขวดแก้ว